ร่องแก้มลึกไม่ได้เกิดจากริ้วรอยเสมอไป

ร่องแก้มลึกไม่ได้เกิดจากริ้วรอยเสมอไป

ทำไมต้องเติมหน้าแก้ม ก่อนเติมร่องแก้ม?

เมื่ออายุเริ่มก้าวเข้าสู่เลขสาม ปัญหาผิวพรรณยอดฮิตที่ทำให้หลายคนสูญเสียความมั่นใจและทำให้ใบหน้าดูโทรม ดูมีอายุเกินจริง คงหนีไม่พ้น “ปัญหาร่องแก้มลึก” หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Nasolabial Folds ครับ คนไข้ส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดคิดว่า เส้นลึกที่เกิดขึ้นข้างปีกจมูกยาวลงมาถึงมุมปากนี้ มีสาเหตุมาจากริ้วรอยความเหี่ยวย่นของผิวหนังด้านบนเพียงอย่างเดียว จึงมุ่งเป้าไปที่การอัดฟิลเลอร์เข้าไปถมตรงบริเวณเส้นร่องแก้มนั้นให้เต็มเหนี่ยว แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นความผิดหวัง เพราะหน้าดูหนา แข็ง อูม หรือเวลาขยับยิ้มแล้วฟิลเลอร์กลายเป็นก้อนนูนดูไม่เป็นธรรมชาติ

ในความเป็นจริงตามหลักอนาโตมี (Anatomy) ของใบหน้า “ร่องแก้มลึกไม่ได้เกิดจากริ้วรอยเสมอไป” แต่มันคือสัญญาณเตือนของการทรุดตัวของโครงสร้างกระดูกและไขมันในชั้นลึก โดยเฉพาะบริเวณ “หน้าแก้ม” หรือ Midface ดังนั้น การแก้ไขปัญหาให้สวยละมุนและตรงจุดที่สุด จึงต้องอาศัยเทคนิคการปรับโครงสร้างด้วยการ “เติมหน้าแก้ม ก่อนเติมร่องแก้ม” เสมอครับ บทความนี้หมอวินจะพามาเจาะลึกอนาโตมีใบหน้า สรุปสาเหตุที่แท้จริง พร้อมเช็กลิ

ร่องแก้มหย่อนคล้อย

ร่องแก้มลึกไม่ได้เกิดจากริ้วรอยเสมอไป? เจาะลึกอนาโตมีที่หลายคนไม่รู้

เพื่อให้เข้าใจกระบวนการเกิดร่องแก้มลึก เราต้องย้อนกลับไปดูโครงสร้างใบหน้าชั้นลึกครับ ใบหน้าของมนุษย์เราไม่ได้ประกอบด้วยผิวหนังเพียงอย่างเดียว แต่ถูกค้ำจุนไว้ด้วยชั้นกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นยึดผิว (Retaining Ligaments) และก้อนไขมัน (Fat Pads) ที่เรียงตัวซ้อนกันเป็นเลเยอร์อย่างเป็นระบบ เมื่อเวลาผ่านไป กระบวนการแห่งวัย (Aging Process) จะส่งผลกระทบต่อทุกๆ เลเยอร์ โดยมีกลไกตามลำดับดังนี้

เริ่มต้นจากการที่กระดูกเบ้าตาและกระดูกหน้าแก้มเกิดการทรุดตัวลง ส่งผลให้ก้อนไขมันชั้นลึก (Deep Fat) ฝ่อตัวและลดวอลลุ่มลงตามไปด้วย เมื่อฐานรากด้านล่างหายไป เส้นเอ็นยึดผิวหนังที่เคยตึงแน่นก็เริ่มหย่อนคล้อย แรงพยุงลดลง ทำให้ก้อนไขมันชั้นตื้น (Superficial Fat) ที่อยู่ด้านบนไหลย้อยลงมากองที่ใบหน้าส่วนล่าง ผลลัพธ์ที่ตามมาคือทำให้เกิดปัญหาแก้มส้มแบน หน้าแก้มทรุด และเนื้อแก้มห้อยย้อยลงมาพับทับจนเกิดเป็นร่องแก้มลึกในที่สุด

จากกลไกอนาโตมีดังกล่าว จะเห็นได้ชัดเจนเลยครับว่าริ้วรอยที่ผิวหนังชั้นบนสุด เป็นเพียงปลายเหตุของความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นจากฐานรากด้านล่าง ดังนั้น การแยกแยะประเภทของร่องแก้มจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเราสามารถแบ่งประเภทร่องแก้มลึกออกเป็น 3 รูปแบบหลักๆ ดังนี้ครับ

  • ร่องแก้มลึกจากโครงสร้างทรุด (Structural Deficit): เกิดจากการฝ่อตัวของกระดูกขากรรไกรบน (Maxilla) และกระดูกใต้เบ้าตา ร่วมกับการฝ่อตัวของก้อนไขมันชั้นลึก ทำให้เนื้อผิวส่วนบนไม่มีฐานค้ำจุน จึงยุบตัวลงกลายเป็นร่องลึกยาว
  • ร่องแก้มลึกจากผิวหย่อนคล้อย (Sagging Skin): เกิดจากเส้นเอ็นยึดผิวหนังหลวมและเสื่อมสภาพตามอายุ ทำให้น้ำหนักของก้อนไขมันชั้นตื้นบริเวณแก้มด้านบน (Malar Fat Pad) ไหลห้อยย้อยลงมากองทับอยู่เหนือแนวร่องแก้ม เกิดเป็นเนื้ออูมๆ บังจนร่องแก้มดูเป็นเส้นลึกหนา
  • ร่องแก้มลึกจากริ้วรอยชั้นตื้น (Dynamic Lines): เกิดจากการขยับตัวของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยิ้มและหัวเราะ (เช่น กล้ามเนื้อ Zygomaticus และ Levator Labii Superioris) ซ้ำๆ มาเป็นเวลานาน ประกอบกับผิวขาดความยืดหยุ่น ขาดคอลลาเจน จึงฟอร์มตัวเป็นริ้วรอยพับฝังลึกอยู่ในชั้นผิวหนังกำพร้า
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ทำไมต้องเติมหน้าแก้ม ก่อนเติมร่องแก้ม? ปลดล็อกเทคนิคปรับรูปหน้าพรีเมียม

คำถามที่คนไข้มักจะสงสัยบ่อยๆ คือ “ในเมื่อกังวลร่องแก้ม ทำไมคุณหมอถึงต้องทักให้ไปฉีดตรงหน้าแก้มหรือแก้มส้มก่อน?”

ลองจินตนาการถึง “เต็นท์ที่ผ้าใบหย่อนคล้อยลงมากองด้านล่าง” ครับ การที่ผ้าใบเต็นท์หย่อน ไม่ได้แปลว่าผ้าใบมันขาดหรือสั้นลง แต่มันเกิดจาก “เสาเต็นท์ตรงกลางมันทรุดหรือเอียงลงมา” วิธีการแก้ไขที่ถูกต้องไม่ใช่การเอาผ้าไปหนุนถมตรงปลายผ้าใบที่กองอยู่กับพื้น แต่เราต้อง “ตั้งเสาเต็นท์ตรงกลางขึ้นมาใหม่” เพื่อดึงขึงให้ผ้าใบกลับมาตึงสวยงามเหมือนเดิม

การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าก็ใช้หลักการเดียวกันครับ บริเวณ “หน้าแก้ม” (Midface) และ “แก้มส้ม” (Anteromedial Cheek) ทำหน้าที่เสมือนเสาเต็นท์หลักของใบหน้าส่วนกลาง เมื่อเราอายุมากขึ้น กระดูกและไขมันชั้นลึกตรงหน้าแก้มจะทรุดตัวลงก่อนเป็นอันดับแรก ส่งผลให้เนื้อแก้มทั้งหมดสไลด์ตัวเลื่อนลงล่าง มากองพับทับกลายเป็นร่องแก้มลึก

ข้อดีของการเติมหน้าแก้ม ก่อนเติมร่องแก้ม

  • ช่วยยกพยุงเนื้อแก้มที่ห้อยย้อยขึ้นไปด้านบน: เมื่อหน้าแก้มได้รับการเติมเต็ม เนื้อแก้มที่เคยไหลลงมากองทับร่องแก้มจะถูกดึงขึงกลับขึ้นไป ส่งผลให้ร่องแก้มตื้นขึ้นเองโดยธรรมชาติ โดยที่ยังไม่ได้เริ่มฉีดที่ตัวร่องแก้มเลยด้วยซ้ำ
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งทื่อ: ใบหน้าส่วนกลางจะมีความอิ่มฟู มีมิติของแก้มส้มที่สวยงาม เวลาขยับยิ้มหรือแสดงสีหน้า เนื้อผิวจะเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ ไม่ดูเป็นก้อนแข็ง
  • ประหยัดปริมาณฟิลเลอร์ที่ร่องแก้ม: เมื่อโครงสร้างส่วนบนได้รับการยกกระชับแล้ว เราจะใช้ปริมาณฟิลเลอร์ในการเก็บรายละเอียดที่เส้นร่องแก้มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (บางเคสใช้ไม่ถึง 0.5 CC) ลดความเสี่ยงที่ฟิลเลอร์จะล้นหรือไหลย้อยในอนาคต

อันตรายและผลเสียของการฝืนเติมฟิลเลอร์ที่ร่องแก้มโดยไม่พยุงหน้าแก้ม

  • ใบหน้าดูอูมหนา ผิดสัดส่วน (Overfilled Syndrome): การอัดฟิลเลอร์ปริมาณมากๆ ไปถมตรงร่องแก้มที่เกิดจากแก้มห้อย จะทำให้เนื้อบริเวณรอบปากหนาขึ้น ใบหน้าจะดูแบน ไม่มีมิติ และดูคล้ายลิง
  • ฟิลเลอร์ปลิ้นเป็นก้อนนูนเวลายิ้ม: บริเวณร่องแก้มเป็นจุดที่มีการขยับของกล้ามเนื้ออยู่ตลอดเวลา หากมีปริมาณเจลฟิลเลอร์กองอยู่หนาแน่นเกินไป เวลาคนไข้ยิ้ม กล้ามเนื้อ…จะบีบดันให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนแข็งโป่งขึ้นมาอย่างชัดเจน
  • ฟิลเลอร์เคลื่อนตำแหน่ง ไหลย้อยลงล่าง: น้ำหนักของฟิลเลอร์ที่มากเกินไปประกอบกับไม่มีฐานรองรับในชั้นลึก จะทำให้เจลฟิลเลอร์สไลด์ตัวย้อยลงไปกองที่มุมปาก ทำให้หน้าดูบึ้ง ดูมีอายุยิ่งกว่าเดิมครับ

เจาะลึกการเลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้ตอบโจทย์การพยุงหน้าแก้มและร่องแก้มพรีเมียม

การแก้ไขปัญหาให้เห็นผลชัดเจนและปลอดภัยสูงสุด ไม่เพียงแต่ต้องเลือกฉีดให้ถูกตำแหน่งเท่านั้น แต่คุณหมอจะต้องมีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรคุณสมบัติของเนื้อเจลฟิลเลอร์ให้เหมาะกับเลเยอร์ชั้นผิวและแรงกดของกล้ามเนื้อในแต่ละจุดด้วยครับ เนื่องจากพื้นที่ใบหน้าส่วนกลางและร่องแก้ม เป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวจากการแสดงสีหน้าค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมีแนวเส้นเลือดใหญ่พาดผ่าน หมอวินจึงคัดสรรและแนะนำรุ่นฟิลเลอร์พรีเมียมที่ผ่าน อย. ไทย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดดังนี้ครับ

สำหรับการเติมเต็มเพื่อยกพยุงโครงสร้างหน้าแก้มและแก้มส้มชั้นลึก หมอวินแนะนำรุ่น Juvederm Voluma แบรนด์ยอดฮิตจากอเมริกา หรือ Restylane Lyft แบรนด์พรีเมียมจากสวีเดนครับ ฟิลเลอร์สองรุ่นนี้โดดเด่นด้วยคุณสมบัติเนื้อเจลที่เข้มข้น มีโมเลกุลขนาดใหญ่ มีค่าความคงตัวและแรงยกกระชับสูงมาก (High Lifting Capacity) เมื่อนำมาฉีดปักหมุดในชั้นลึกชิดกระดูก จะสามารถทำหน้าที่ทดแทนกระดูกที่ทรุดตัวและไขมันชั้นลึกที่ฝ่อตัวลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตั้งยอดได้ดี ไม่ไหลย้อย และทนทานต่อแรงกดทับของเนื้อเยื่อด้านบนได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้หน้าแก้มกลับมาอิ่มฟูและช่วยดึงพยุงเนื้อแก้มด้านล่างขึ้นมาได้อย่างมั่นคงครับ

ส่วนการเก็บรายละเอียดบริเวณเส้นร่องแก้มที่เหลืออยู่ หมอวินจะเปลี่ยนมาเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลขนาดกลางถึงขนาดเล็กที่มีความยืดหยุ่นสูง ละมุนเนียนไปกับผิวได้ดี (High Integration) เช่น Restylane Defyne หรือ Juvederm Volift ครับ เนื้อเจลกลุ่มนี้จะมีความนิ่มนวล เกลี่ยง่าย สามารถกลืนตัวเข้ากับชั้นผิวและเนื้อเยื่อรอบปากได้อย่างเป็นธรรมชาติ เวลาคนไข้ขยับยิ้ม พูดคุย หรือหัวเราะ ตัวยาจะมีความยืดหยุ่นขยับตามกล้ามเนื้อได้อย่างอิสระ ไม่ฟอร์มตัวเป็นก้อนนูน แข็ง หรือดูโป๊ะ ช่วยให้เส้นร่องแก้มเรียบเนียนละมุนตาและดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติที่สุดครับ

วางแผนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ยกกระชับ

เช็กลิสต์คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับร่องแก้มและหน้าแก้ม ทลายทุกข้อสงสัย

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและช่วยให้คนไข้เข้าใจพฤติกรรมการดูแลตัวเอง หมอวินสรุปเช็กลิสต์คำถามยอดฮิตที่พบบ่อยในคลินิกมาให้เช็กกันครับ

Q: ถ้าร่องแก้มลึกมาก ต้องใช้ฟิลเลอร์ทั้งหมดกี่ CC? ยิ่งเยอะยิ่งดีจริงไหม?

  • A: ไม่จริงครับ ปริมาณ CC ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลครับ โดยทั่วไปหากมีการวางแผนเติมยกพยุงหน้าแก้มร่วมด้วย มักจะใช้ฟิลเลอร์รวมประมาณ 2-4 CC แบ่งเป็นบริเวณหน้าแก้ม/แก้มส้มเพื่อยกกระชับ 1-2 CC และใช้เก็บรายละเอียดที่ร่องแก้มอีกประมาณ 1-2 CC ครับ การอัดปริมาณยาเยอะเกินไปในจุดเดียวจะทำให้ฟิลเลอร์ล้นและเป็นก้อนได้ง่ายมากครับ

Q: ฟิลเลอร์หน้าแก้มและร่องแก้ม จะสามารถสลายตัวไปเองได้ในกี่เดือน?

  • A: ขึ้นอยู่กับแบรนด์และรุ่นของฟิลเลอร์แท้ (HA) ที่เลือกใช้ครับ โดยทั่วไปหากเลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อแน่นโมเลกุลใหญ่สำหรับพยุงโครงสร้างหน้าแก้มชั้นลึก จะสามารถอยู่ได้ยาวนานประมาณ 12-24 เดือน ส่วนรุ่นเนื้อนิ่มละมุนที่ใช้เก็บรายละเอียดร่องแก้มชั้นตื้นจะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน โดยร่างกายจะย่อยสลายเจลไฮยาลูรอนิกแอซิดผ่านกระบวนการเมตาบอลิซึมตามธรรมชาติจนหมด 100% ไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตรายครับ

Q: ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ฟิลเลอร์หน้าแก้มและร่องแก้มสลายตัวเร็วกว่าปกติ?

  • A: พฤติกรรมการใช้ชีวิตและความร้อนคือตัวแปรสำคัญครับ ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังฉีด ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนจัดบ่อยๆ เช่น การเข้าซาวน่า การอบสตรีม การทำเลเซอร์ร้อนยกกระชับผิว หรือการนั่งรับประทานอาหารหน้าเตาปิ้งย่างร้อนๆ รวมถึงงดการนวดหน้า ขัดหน้า หรือบดขยี้ชั้นผิวหนังอย่างรุนแรง เพราะความร้อนและแรงกดจะเข้าไปกระตุ้นเอนไซม์ในร่างกายให้ทำงานดีขึ้น ส่งผลให้ตัวยาเสื่อมสภาพและสลายตัวเร็วกว่าอายุการใช้งานจริงครับ

Q: หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าแก้มและร่องแก้ม ห้ามนอนตะแคงกี่วัน? มีท่านอนที่ถูกต้องไหม?

  • A: ควรงดเว้นการนอนตะแคงหรือนอนคว่ำหน้าอย่างน้อย 2-3 วันแรก (48-72 ชั่วโมง) ครับ เนื่องจากในช่วงแรกเนื้อเจลฟิลเลอร์ยังไม่เซ็ตตัวเต็มที่ หากผิวหน้าโดนแรงกดทับเป็นเวลานานจากหมอน ฟิลเลอร์อาจเคลื่อนตำแหน่ง บิดเบี้ยว หรือแบนผิดรูปได้ ท่าทางการนอนที่ถูกต้องคือ ควรนอนหงายตรงและหนุนหมอนให้สูงขึ้นกว่าระดับหัวใจเล็กน้อย ในช่วง 3-7 วันแรก เพื่อช่วยลดการสะสมของของเหลว บรรเทาอาการบวมช้ำ และป้องกันการเผลอพลิกตัวระหว่างหลับครับ

Q: หากฉีดมาแล้วหน้าเบี้ยว เป็นก้อนนูนเวลายิ้ม จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร?

  • A: ต้องตรวจเช็กประเภทของสารเติมเต็มก่อนครับ หากตรวจสอบแล้วว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ (HA) สามารถแก้ไขได้ง่ายและปลอดภัยด้วยการ “ฉีดสารสลายฟิลเลอร์” (Hyaluronidase) เพื่อเข้าไปย่อยสลายเจลฟิลเลอร์ที่ก้อนนูนภายในไม่กี่ชั่วโมงครับ แต่ข้อห้ามเด็ดขาดคือ ห้ามพยายามบีบ นวด หรือกดดันเนื้อเจลด้วยตัวเอง เพราะจะยิ่งทำให้ฟิลเลอร์กระจายตัวผิดเลเยอร์และเกิดการอักเสบระบมตามมาครับ และหากต้องการเติมใหม่ ควรรอให้ยาสลายหมดฤทธิ์และผิวลดบวมสนิทอย่างน้อย 5-7 วัน หรือสมบูรณ์ที่สุดคือ 1-2 สัปดาห์ จึงจะเริ่มแพลนเติมฟิลเลอร์ใหม่ได้อย่างแม่นยำครับ
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

เปรียบเทียบผลลัพธ์: การเติมฟิลเลอร์ร่องแก้มโดยตรง VS เทคนิคเติมหน้าแก้มก่อน

เพื่อชี้ชัดให้เห็นถึงผลลัพธ์และความแตกต่าง หมอวินได้ทำการสรุปเปรียบเทียบระหว่างสองเทคนิคไว้ให้คนไข้ศึกษาเป็นข้อมูลก่อนตัดสินใจดังนี้ครับ

เทคนิคฉีดถมที่ร่องแก้มโดยตรง (Direct Injection)

  • กลไกการแก้ไขปัญหา: เน้นการเติมเต็มปริมาตรผิวที่ขาดหายไปตรงเส้นร่องแก้มโดยตรง
  • มิติและรูปทรงของใบหน้า: ใบหน้าส่วนกลางดูแบนลง เนื้อรอบปากดูอูมหนาคล้ายลิง (Overfilled)
  • ผลลัพธ์เวลาขยับยิ้ม: มีความเสี่ยงสูงที่ฟิลเลอร์จะจับตัวเป็นก้อนนูน แข็ง หรือโป่งขึ้นมาดูโป๊ะ
  • โอกาสการเคลื่อนตำแหน่ง: ฟิลเลอร์มีโอกาสไหลย้อยลงมากองที่มุมปากสูงเนื่องจากไม่มีฐานพยุง
  • ความคุ้มค่าในระยะยาว: อาจต้องใช้ปริมาณ CC เยอะเพื่อถมร่อง และต้องแก้บ่อยหากฟิลเลอร์ย้อย

เทคนิคเติมหน้าแก้มก่อนเติมร่องแก้ม (Midface Vector Lift)

  • กลไกการแก้ไขปัญหา: เน้นการแก้ไขที่ต้นเหตุ ปรับโครงสร้างกระดูกและยกพยุงเนื้อแก้มส่วนบนขึ้น
  • มิติและรูปทรงของใบหน้า: ใบหน้าดูมีมิติ แก้มส้มอิ่มฟู ได้รูปหน้าเรียววีเชฟและดูอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติ
  • ผลลัพธ์เวลาขยับยิ้ม: เนื้อผิวขยับเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ เรียบเนียน ละมุนตา ไม่เป็นก้อน
  • โอกาสการเคลื่อนตำแหน่ง: ฟิลเลอร์คงรูปได้ดีเยี่ยม ไม่ไหลย้อย ทนทานต่อแรงขยับของกล้ามเนื้อใบหน้า
  • ความคุ้มค่าในระยะยาว: ใช้ปริมาณ CC ที่ร่องแก้มน้อยลง ผลลัพธ์อยู่ทนยาวนาน คุ้มค่ากว่าในระยะยาว

ความใส่ใจและการเลือกใช้เทคนิคพรีเมียมที่ DoctorWin Clinic

การปรับรูปหน้าบริเวณใบหน้าส่วนกลางและร่องแก้ม ถือเป็นหัตถการระดับยุทธศาสตร์ที่ต้องอาศัยความประณีตและความเชี่ยวชาญขั้นสูง ที่ DoctorWin Clinic หมอวินเลือกใช้ “เทคนิคฉีดฟิลเลอร์ชิดกระดูก” (Periosteal Injection) ควบคู่กับการคัดสรรฟิลเลอร์แบรนด์ระดับโลกที่ผ่านมาตรฐาน อย. ไทย ตรวจสอบได้ทุกกล่อง (เช่น Juvederm และ Restylane) เพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับคนไข้ครับ

ทำไมเทคนิคฉีดชิดกระดูกของหมอวินถึงตอบโจทย์ปัญหาร่องแก้มลึก?
  1. วางยาในชั้นลึกที่สุดอย่างแม่นยำ: หมอวินจะทำการสอดเลาะเพื่อวางเนื้อเจลฟิลเลอร์โมเลกุลพรีเมียมที่มีความแน่นและคงตัวสูง ลงไปในเลเยอร์ลึกที่สุดแนบชิดติดกับเนื้อเยื่อหุ้มกระดูกใต้ชั้นกล้ามเนื้อ การวางยาในชั้นนี้จะทำหน้าที่เสมือนการสร้าง “เสาเข็มธรรมชาติ” ขึ้นมาเพื่อหนุนพยุงโครงสร้างกระดูกที่ทรุดตัวอย่างมั่นคง
  2. ปกป้องฟิลเลอร์จากการถูกบดขยี้: ข้อดีของการฉีดชิดกระดูกคือ ชั้นกล้ามเนื้อและชั้นไขมันส่วนบนจะทำหน้าที่เสมือนเบาะและโล่กำบังคอยรองรับแรงกระแทก เวลาคนไข้ขยับใบหน้า แสดงสีหน้า พูดคุย หรือหัวเราะ กล้ามเนื้อด้านบนจะไม่สามารถลงมาบดขยี้โมเลกุลของฟิลเลอร์ที่อยู่ใต้กระดูกได้ ส่งผลให้ตัวยาคงรูปได้สวยงาม ไม่ไหลย้อยหนีไปไหน และช่วยยืดอายุการสลายตัวให้อยู่ทนยาวนานคุ้มค่าที่สุดครับ
  3. ลดความเสี่ยงการเกิดรอยบวมช้ำ: หมอวินเลือกใช้เทคนิคนี้ร่วมกับ “เข็มทู่ปลายมน” (Blunt Cannula) คุณภาพสูง ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อผิวหนัง ไม่ตัดโดนเส้นเลือดใหญ่หรือเส้นประสาทสำคัญ ทำให้ระหว่างทำคนไข้รู้สึกสบายผิว เจ็บน้อยมาก และหลังทำเสร็จแทบไม่มีรอยเขียวช้ำ ผิวเรียบเนียนละมุนตา สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้นครับ

หมอวินพร้อมทำการประเมินอนาโตมีและดีไซน์รูปหน้าอย่างละเอียดเคสต่อเคส เพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้ทุกท่านจะได้รับการแก้ไขปัญหาร่องแก้มลึกอย่างตรงจุด ได้ใบหน้าที่อ่อนเยาว์ สวยละมุนตา และปลอดภัยสูงสุดในแบบที่เป็นคุณครับ

ที่ DoctorWin Clinic คลินิกเสริมความงามที่มุ่งเน้นด้านการปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ ด้วยเทคนิคเติมเต็มถึงชั้นกระดูก จากฟิลเลอร์ที่ผ่านมาตรฐานทางการแพทย์ ดูแลโดย คุณหมอวิน นพ.เวชพิสิทธิ์ พนาวร ว.57819 ประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ทุกส่วนบนใบหน้า โดยเฉพาะ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม DoctorWin Clinic ใช้ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ มีมาตรฐานตามคลินิกชั้นนำในการให้บริการ พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรอง