รีวิวฉีดฟิลเลอร์ทุกจุด ใช้กี่ CC เห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ทุกจุด ใช้กี่ CC เห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ทุกจุด ใช้กี่ CC เห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน

เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 25+ สัญญาณแห่งกาลเวลาอย่างริ้วรอยและความหย่อนคล้อยมักเริ่มมาเยือน เพราะโครงสร้างผิวที่เคยแข็งแรงทั้งคอลลาเจนและกระดูกเริ่มเสื่อมสภาพลง การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) จึงกลายเป็น ‘คีย์ลัด’ ที่ช่วยคืนความอ่อนเยาว์และปรับมิติหน้าให้เป๊ะขึ้น แต่คำถามยอดฮิตที่หลายคนอยากรู้คือ ในแต่ละจุดควรใช้กี่ CC? ยี่ห้อไหนถึงจะตอบโจทย์ที่สุด? และผลลัพธ์จะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน? มาหาคำตอบกันในบทความนี้ได้เลย

สาววัย 25+
ตารางสรุปปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้แต่ละจุด

รายละเอียดการฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุด

1. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 

ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ เบ้าตาลึก หรือริ้วรอยเล็กๆ ให้ดูสดใสอิ่มน้ำ

  • เทคนิคเลือกฟิลเลอร์: ต้องใช้เนื้อนิ่มและละเอียด เพื่อความเนียน ไม่เป็นก้อน
  • รุ่นแนะนำ: Restylane Vital Light (งานผิวเนียนสุด) หรือ Juvederm Volbella (นิ่ม กลืนกับผิวดี)
  • จำนวน CC ที่แนะนำ: เริ่มต้น 1-2 CC (ใช้ข้างละ 0.5-1 CC)
  • ระยะเวลาคงผลลัพธ์: อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา

2. ฉีดฟิลเลอร์คาง

ปรับรูปหน้าให้สมส่วน แก้ปัญหาคางสั้น คางตัด หรือคางถอย เพิ่มมิติให้ใบหน้าดู V-Shape

  • เทคนิคเลือกฟิลเลอร์: ต้องใช้เนื้อแข็ง มีความคงตัวสูง ปั้นทรงสวยและไม่ไหลย้อย
  • รุ่นแนะนำ: Juvederm Voluma (ปั้นทรงเป๊ะ) หรือ Restylane Lyft (ยกกระชับแทนกระดูกได้ดี)
  • จำนวน CC ที่แนะนำ: เริ่มต้น 1-2 CC
  • ระยะเวลาคงผลลัพธ์: อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
รีวิวฟิลเลอร์คาง

3. ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

เติมเต็มร่องลึกที่เกิดจากการหย่อนคล้อยของแก้มหรือการยุบตัวของกระดูก ช่วยให้หน้าดูเด็กลง

  • เทคนิคเลือกฟิลเลอร์: ต้องมีความยืดหยุ่นสูง เพราะเป็นจุดที่ขยับบ่อยเวลาพูดหรือยิ้ม
  • รุ่นแนะนำ: Juvederm Volift (ยืดหยุ่นดีมาก ไม่เป็นก้อนเวลาขยับ)
  • จำนวน CC ที่แนะนำ: เริ่มต้น 1-2 CC (ใช้ข้างละ 0.5-1 CC)
  • ระยะเวลาคงผลลัพธ์: อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
รีวิวฟิลเลอร์ร่องแก้ม

4. ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

แก้ไขขมับตอบ ขมับลึก ช่วยให้โหนกแก้มดูละมุนขึ้น และช่วยยกยกใบหน้าส่วนบนให้ดูสดใส

  • เทคนิคเลือกฟิลเลอร์: ใช้เนื้อแน่นปานกลางเพื่อการเติมเต็มที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่เป็นก้อน
  • รุ่นแนะนำ: Juvederm Voluma หรือ Restylane Volyme (เติมเต็มได้สวย ไม่บวมน้ำ)
  • จำนวน CC ที่แนะนำ: เริ่มต้น 1-2 CC ต่อข้าง
  • ระยะเวลาคงผลลัพธ์: อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
รีวิวฟิลเลอร์ขมับ

5. ฉีดฟิลเลอร์ปาก

เพิ่มวอลลุ่มให้ปากอวบอิ่ม ชุ่มชื้น ปรับรูปปากให้ชัดเจน หรือแก้ปัญหาปากบางและมุมปากตก

  • เทคนิคเลือกฟิลเลอร์: ต้องยืดหยุ่นสูงมากเพื่อรองรับการเคลื่อนไหว ไม่แข็งเป็นไต และช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น
  • รุ่นแนะนำ: Restylane Kysse (ออกแบบมาเพื่อปากโดยเฉพาะ) หรือ Juvederm Volift (เน้นวอลลุ่มอิ่มฟู)
  • จำนวน CC ที่แนะนำ: เริ่มต้น 1 CC
  • ระยะเวลาคงผลลัพธ์: อยู่ได้นาน 6-12 เดือน

6. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก 

เติมหน้าผากแบนหรือบุ๋มให้โหนกนูนสวย เสริมโหงวเฮ้ง ให้ใบหน้าดูหวานละมุน

  • เทคนิคเลือกฟิลเลอร์: ต้องเนื้อละเอียด กระจายตัวได้ดี ไม่เป็นคลื่นเวลาเลิกคิ้ว
  • รุ่นแนะนำ: Juvederm Volite หรือ Juvederm Volbella (ให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนไปกับกระดูก)
  • จำนวน CC ที่แนะนำ: เริ่มต้น 2-4 CC (ขึ้นอยู่กับความบุ๋มและทรงที่ต้องการ)
  • ระยะเวลาคงผลลัพธ์: อยู่ได้นาน 6-12 เดือน

7. ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า

ปรับแนวขากรรไกรให้ชัดเจน มีมิติ ช่วยยกกระชับแก้มที่ห้อยย้อยให้ดูเรียวสวย

  • เทคนิคเลือกฟิลเลอร์: ต้องมีความแข็งและความคงตัวสูงสุด (High G Prime) เพื่อพยุงโครงสร้างผิว
  • รุ่นแนะนำ: Juvederm Volux (ดีที่สุดสำหรับกรอบหน้า) หรือ Definisse Core (ช่วยพยุงโครงหน้า)
  • จำนวน CC ที่แนะนำ: เริ่มต้น 2-4 CC (ใช้ข้างละ 1-2 CC)
  • ระยะเวลาคงผลลัพธ์: อยู่ได้นาน 18-24 เดือน
รีวิวฟิลเลอร์กรอบหน้า

ที่ DoctorWin Clinic คลินิกเสริมความงามที่มุ่งเน้นด้านการปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ ด้วยเทคนิคเติมเต็มถึงชั้นกระดูก จากฟิลเลอร์ที่ผ่านมาตรฐานทางการแพทย์ ดูแลโดย คุณหมอวิน นพ.เวชพิสิทธิ์ พนาวร ว.57819 ประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ทุกส่วนบนใบหน้า โดยเฉพาะ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม DoctorWin Clinic ใช้ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ มีมาตรฐานตามคลินิกชั้นนำในการให้บริการ พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรอง